home-9

Acting Course

Course อายุ 4-6 ปี

  1. Own your thought and mind(Beginner)

    คลาสนี้จึงมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้สามารถใช้ความคิดอย่างเป็นระบบ และเป็นเหตุเป็นผล รวมทั้งกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดประโยช์ผ่านกระบวนการของการแสดง ส่วนนักแสดงทุกคนจะต้องมีความคิดมีไอเดีย นักแสดงที่เก่งคือนักแสดงที่สามารถเลือกไอเดียที่ดี เป็นนักเลือกที่ดี ฉะนั้นการที่คุณจะเป็นนักเลือกที่ดีได้ คุณจำเป็นต้องเข้าใจระบบความคิดของมนุษย์ เพื่อที่คุณจะสามารถถ่ายทอดความคิดของเจ้าของบทประพันธ์ หรือผู้กำกับผ่านตัวละครต่างๆได้

Course อายุ 7-11 ปี

  1. Own your thought and mind(Beginner)

    คลาสนี้จึงมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้สามารถใช้ความคิดอย่างเป็นระบบ และเป็นเหตุเป็นผล รวมทั้งกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดประโยช์นผ่านกระบวนการของการแสดง ส่วนนักแสดงทุกคนจะต้องมีความคิดมีไอเดีย นักแสดงที่เก่งคือนักแสดงที่สามารถเลือกไอเดียที่ดี เป็นนักเลือกที่ดี ฉะนั้นการที่คุณจะเป็นนักเลือกที่ดีได้ คุณจำเป็นต้องเข้าใจระบบความคิดของมนุษย์ เพื่อที่คุณจะสามารถถ่ายทอดความคิดของเจ้าของบทประพันธ์ หรือผู้กำกับผ่านตัวละครต่างๆได้
  2. Own your emotion and imagination(Intermediate)

    คลาสนี้จึงเน้นให้นักเรียนได้ฝึกเรื่องของจินตนาการ และที่เหนือไปกว่านั้น คือให้นักเรียนได้ทำความรู้จักกับอารมณ์ของตัวเอง เรียนรู้ว่าอารมณ์นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร และสามารถที่จะควบคุมอารมณ์ที่มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เพราะว่าในชีวิตของเรา มนุษย์ส่วนใหญ่ชอบคิดว่าเราตัดสินด้วยเหตุผล หารู้ไม่ว่ามนุษย์ร้อยละ 90 เลือกทุกอย่างด้วยอารมณ์ และใช้เหตุผลมาเป็นตัวประกอบ เพราะฉะนั้นเราจึงเน้นสอนให้นักเรียนได้เรียนรู้ในเรื่องของการจัดการอารมณ์อย่างเป็นระบบ เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ไม่ตกเป็นทาสอารมณ์ของตนเอง สำหรับนักแสดง ในทุกการแสดงมันแห้งน่าดูถ้านักแสดงไม่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ต่างๆ ออกมาได้อย่างจริงใจ ถ้าทุกคนร้องไห้เหมือนกันหมดทั้งโลก ศาสตร์การแสดงก็คงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเรียน แต่เราจำเป็นต้องให้นักแสดงรู้จักอารมณ์ของเค้าเองในทุกๆ รูปแบบ ทั้งสุข เศร้า โกรธ กลัว คำถามที่นักแสดงจะต้องตอบให้ได้คือ อะไรที่จะทำให้คุณเกิดความรู้สึกดังที่กล่าวไป
  3. Own your Self, Own your Life(Advance)

    ในขั้นตอนของ Advance นั้น หลังจากที่นักเรียนได้ทำความรู้จักกับตัวเอง ทั้งร่างกาย เสียง จิตใจ ความคิด ในขั้นตอนนี้เราจะกระตุ้นให้นักเรียนได้เข้าไปอยู่ในบทบาทเพื่อให้เรียนรู้ และเข้าใจตนเองผ่านบทบาทของตัวละครต่างๆ เพื่อให้เราได้เข้าใจมนุษย์มากขึ้น โดยมนุษย์คนแรกที่เค้าจะต้องเรียนรู้คือตัวของเค้าเอง เค้าสามารถที่จะดีไซน์บทบาทในชีวิตของเค้าได้อย่างชัดเจนมากขึ้น เลือกวิถีชีวิตหรือบทในชีวิตให้ตัวเอง สำหรับคอร์สนี้นักแสดงจะได้ลงบทบาทจริง ลองสวมบทบาทเป็นตัวละครต่างๆ เรียนรู้การตีความตัวละคร วิเคราะห์บทเพื่อที่พร้อมจะก้าวไปสู่ในโลกของการแสดงอย่างแท้จริง

Course อายุ 12 ปีขึ้นไป

  1. Own your body and Voice(Pre-Actor)

    คอร์สนี้จึงเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จักศักยภาพของร่างกายตัวเอง รู้จักศักยภาพเนื้อเสียงของตัวเอง เพื่อที่สามารถนำไปใช้ได้อย่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในชีวิต และวิชาชีพของตัวเอง ส่วนในฐานะของนักแสดง ถ้าคุณไม่รู้จักเครื่องมือของคุณ คุณจะไม่มีวันได้รู้เลยว่า เสียงที่ต่ำกับร่างกายที่คู้งอนั้น จะส่งผลต่อคาแร็คเตอร์ที่แตกต่างกันอย่างไร ฉะนั้นจึงจำเป็นมากที่คุณต้องรู้จักอุปกรณ์ของตัวคุณเองอย่างเต็มที่
  2. Own your thought and mind(Beginner)

    คลาสนี้จึงมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้สามารถใช้ความคิดอย่างเป็นระบบ และเป็นเหตุเป็นผล รวมทั้งกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดประโยช์ผ่านกระบวนการของการแสดง ส่วนนักแสดงทุกคนจะต้องมีความคิดมีไอเดีย นักแสดงที่เก่งคือนักแสดงที่สามารถเลือกไอเดียที่ดี เป็นนักเลือกที่ดี ฉะนั้นการที่คุณจะเป็นนักเลือกที่ดีได้ คุณจำเป็นต้องเข้าใจระบบความคิดของมนุษย์ เพื่อที่คุณจะสามารถถ่ายทอดความคิดของเจ้าของบทประพันธ์ หรือผู้กำกับผ่านตัวละครต่างๆได้
  3. Own your emotion and imagination(Intermediate)

    คลาสนี้จึงเน้นให้นักเรียนได้ฝึกเรื่องของจินตนาการ และที่เหนือไปกว่านั้น คือให้นักเรียนได้ทำความรู้จักกับอารมณ์ของตัวเอง เรียนรู้ว่าอารมณ์นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร และสามารถที่จะควบคุมอารมณ์ที่มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เพราะว่าในชีวิตของเรา มนุษย์ส่วนใหญ่ชอบคิดว่าเราตัดสินด้วยเหตุผล หารู้ไม่ว่ามนุษย์ร้อยละ 90 เลือกทุกอย่างด้วยอารมณ์ และใช้เหตุผลมาเป็นตัวประกอบ เพราะฉะนั้นเราจึงเน้นสอนให้นักเรียนได้เรียนรู้ในเรื่องของการจัดการอารมณ์อย่างเป็นระบบ เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ไม่ตกเป็นทาสอารมณ์ของตนเอง สำหรับนักแสดง ในทุกการแสดงมันแห้งน่าดูถ้านักแสดงไม่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ต่างๆ ออกมาได้อย่างจริงใจ ถ้าทุกคนร้องไห้เหมือนกันหมดทั้งโลก ศาสตร์การแสดงก็คงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเรียน แต่เราจำเป็นต้องให้นักแสดงรูจักอารมณ์ของเค้าเองในทุกๆ รูปแบบ ทั้งสุข เศร้า โกรธ กลัว คำถามที่นักแสดงจะต้องตอบให้ได้คือ อะไรที่จะทำให้คุณเกิดความรู้สึกดังที่กล่าวไป
  4. Own your Self, Own your Life(Advance)

    ในขั้นตอนของ Advance นั้น หลังจากที่นักเรียนได้ทำความรู้จักกับตัวเอง ทั้งร่างกาย เสียง จิตใจ ความคิด ในขั้นตอนนี้เราจะกระตุ้นให้นักเรียนได้เข้าไปอยู่ในบทบาทเพื่อให้เรียนรู้ และเข้าใจตนเองผ่านบทบาทของตัวละครต่างๆ เพื่อให้เราได้เข้าใจมนุษย์มากขึ้น โดยมนุษย์คนแรกที่เค้าจะต้องเรียนรู้คือตัวของเค้าเอง เค้าสามารถที่จะดีไซน์บทบาทในชีวิตของเค้าได้อย่างชัดเจนมากขึ้น เลือกวิถีชีวิตหรือบทในชีวิตให้ตัวเอง สำหรับคอร์สนี้นักแสดงจะได้ลงบทบาทจริง ลองสวมบทบาทเป็นตัวละครต่างๆ เรียนรู้การตีความตัวละคร วิเคราะห์บทเพื่อที่พร้อมจะก้าวไปสู่ในโลกของการแสดงอย่างแท้จริง

Course อายุ 18 ปีขึ้นไป

  1. Own your body and Voice(Pre-Actor)

    คอร์สนี้จึงเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จักศักยภาพของร่างกายตัวเอง รู้จักศักยภาพเนื้อเสียงของตัวเอง เพื่อที่สามารถนำไปใช้ได้อย่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในชีวิต และวิชาชีพของตัวเอง ส่วนในฐานะของนักแสดง ถ้าคุณไม่รู้จักเครื่องมือของคุณ คุณจะไม่มีวันได้รู้เลยว่า เสียงที่ต่ำกับร่างกายที่คู้งอนั้น จะส่งผลต่อคาแร็คเตอร์ที่แตกต่างกันอย่างไร ฉะนั้นจึงจำเป็นมากที่คุณต้องรู้จักอุปกรณ์ของตัวคุณเองอย่างเต็มที่
  2. Own your thought and mind(Beginner)

    คลาสนี้จึงมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้สามารถใช้ความคิดอย่างเป็นระบบ และเป็นเหตุเป็นผล รวมทั้งกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดประโยช์ผ่านกระบวนการของการแสดง ส่วนนักแสดงทุกคนจะต้องมีความคิดมีไอเดีย นักแสดงที่เก่งคือนักแสดงที่สามารถเลือกไอเดียที่ดี เป็นนักเลือกที่ดี ฉะนั้นการที่คุณจะเป็นนักเลือกที่ดีได้ คุณจำเป็นต้องเข้าใจระบบความคิดของมนุษย์ เพื่อที่คุณจะสามารถถ่ายทอดความคิดของเจ้าของบทประพันธ์ หรือผู้กำกับผ่านตัวละครต่างๆได้
  3. Own your emotion and imagination(Intermediate)

    คลาสนี้จึงเน้นให้นักเรียนได้ฝึกเรื่องของจินตนาการ และที่เหนือไปกว่านั้น คือให้นักเรียนได้ทำความรู้จักกับอารมณ์ของตัวเอง เรียนรู้ว่าอารมณ์นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร และสามารถที่จะควบคุมอารมณ์ที่มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เพราะว่าในชีวิตของเรา มนุษย์ส่วนใหญ่ชอบคิดว่าเราตัดสินด้วยเหตุผล หารู้ไม่ว่ามนุษย์ร้อยละ 90 เลือกทุกอย่างด้วยอารมณ์ และใช้เหตุผลมาเป็นตัวประกอบ เพราะฉะนั้นเราจึงเน้นสอนให้นักเรียนได้เรียนรู้ในเรื่องของการจัดการอารมณ์อย่างเป็นระบบ เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ไม่ตกเป็นทาสอารมณ์ของตนเอง สำหรับนักแสดง ในทุกการแสดงมันแห้งน่าดูถ้านักแสดงไม่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ต่างๆ ออกมาได้อย่างจริงใจ ถ้าทุกคนร้องไห้เหมือนกันหมดทั้งโลก ศาสตร์การแสดงก็คงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเรียน แต่เราจำเป็นต้องให้นักแสดงรูจักอารมณ์ของเค้าเองในทุกๆ รูปแบบ ทั้งสุข เศร้า โกรธ กลัว คำถามที่นักแสดงจะต้องตอบให้ได้คือ อะไรที่จะทำให้คุณเกิดความรู้สึกดังที่กล่าวไป
  4. Own your Self, Own your Life(Advance)

    ในขั้นตอนของ Advance นั้น หลังจากที่นักเรียนได้ทำความรู้จักกับตัวเอง ทั้งร่างกาย เสียง จิตใจ ความคิด ในขั้นตอนนี้เราจะกระตุ้นให้นักเรียนได้เข้าไปอยู่ในบทบาทเพื่อให้เรียนรู้ และเข้าใจตนเองผ่านบทบาทของตัวละครต่างๆ เพื่อให้เราได้เข้าใจมนุษย์มากขึ้น โดยมนุษย์คนแรกที่เค้าจะต้องเรียนรู้คือตัวของเค้าเอง เค้าสามารถที่จะดีไซน์บทบาทในชีวิตของเค้าได้อย่างชัดเจนมากขึ้น เลือกวิถีชีวิตหรือบทในชีวิตให้ตัวเอง สำหรับคอร์สนี้นักแสดงจะได้ลงบทบาทจริง ลองสวมบทบาทเป็นตัวละครต่างๆ เรียนรู้การตีความตัวละคร วิเคราะห์บทเพื่อที่พร้อมจะก้าวไปสู่ในโลกของการแสดงอย่างแท้จริง
  5. Advance for scene

    จากประสบการณ์ครูเงาะพบว่า การพัฒนาที่ดีที่สุดของการแสดง คือ การทำซ้ำ การฝึกซ้ำๆ เรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเองและผู้อื่น จะทำให้เรียนรู้แบบก้าวกระโดด ในคลาสนี้เด็กทุกคนจะต้องส่งซีน จับคู่รับผิดชอบในการซ้อม และเปลี่ยนซีนไปเรื่อยๆ เพื่อให้เค้าได้เรียนรู้บทบาทการทำงาน การแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน และในคลาสนี้คนที่จะมาเรียนได้ต้องเป็นนักเรียนที่จบ Advance แล้ว หรือเป็นนักแสดงมืออาชีพ คุณจะได้เรียนร่วมกับนักแสดงมืออาชีพ และเราพบว่าเราจะได้เห็นการพัฒนาของการแสดงอย่างก้าวกระโดดเลยทีเดียว

Private Course

  • Private Course

    เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาแน่นอน ผู้ที่กำลังจะไปออดิชั่น หรือผู้ที่ต้องการมาฝึกการแสดงอย่างต่อเนื่อง เป็นคลาสที่เราจะดีไซน์การเรียนให้เหมาะสมกับผู้ที่เรียนตามพื้นฐานที่มีมามาก-น้อยของตัวผู้เรียนที่มีมา

home-10

Seminar Course

  1. Impressive Story Telling

    คุณคือนักเล่าเรื่องที่ดึงดูดและน่าสนใจ
  2. Excellent Presentation Skills

    นำเสนองานอย่างมืออาชีพ
  3. Dealing with Stage Fright Skills

    มั่นใจและรู้สึกพื้นที่บนเวทีเป็นพื้นที่ของคุณ
  4. Extraordinary Personality Skills

    บุคลิกภาพดีทั้งกายภาพและความคิด
  5. Excellent Communication Skills

    สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพและผู้คนรอบข้างอยากเข้าหาพูดคุย
  6. Act it until you become it

    สร้างคุณในแบบที่คุณอยากเป็น
  7. Exploring Creativity

    จุดประกายความสร้างสรรค์ที่มีในตัวคุณ
  8. Team Building

    สามัคคี ความรัก และความเข้าใจในหน่วยงาน เพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมายร่วมกัน
  9. Theatre Workshop 2 วัน (Exploring Creativity+ Team Building )

    พาคุณออกนอกกรอบ เพื่อขยายขีดความสามารถทั้งความสร้างสรรค์ และความรับผิดชอบ
  10. Emotional Mastering (Master your own and the other’s emotion)

    สามารถควบคุมจัดการอารมณ์ทั้งของตนเอง และรับมือกับอารมณ์ของผู้อื่น

home-11

Special Course

  1. Acting For Singer

    มีนักร้องหลายคนที่เราหลับตาฟังเพลงของเขามันช่างเพราะเหลือเกิน แต่ทันทีที่ลืมตามาดูเค้ามันทำให้ขัดอารมณ์ที่เรากำลังรู้สึกอย่างมากมาย เพียงเพราะว่าเค้าไม่สามารถใช้สีหน้า และท่าทางของเค้าแสดงอารมณ์ที่ตรงกับน้ำเสียงเค้าได้ Acting for Singer จึงเป็นพื้นที่ที่จะทำให้ผู้ที่มุ่งหวังเป็นนักร้องมืออาชีพมาพัฒนาตัวเองในด้านการ Perform on Stage อย่างที่สามารถสะกดสายตาคนดูได้ ไม่ใช่เพียงแต่น้ำเสียง แต่ผ่านทั้ง สีหน้า แววตา และท่าทาง
  2. Acting for The Camera

    นักแสดงหลายคนที่ถูกฝึกจากห้องเรียนมา อาจจะเก่งในห้องเรียนการแสดง แต่ไม่เคยได้ฝึกจริงผ่านกล้องจริง และเมื่อไปเจอกล้องกลับเกิดความประหม่า ตื่นเต้น และไม่สามารถแสดงความสามารถที่แท้จริงของเราออกมาได้ หรือบางคนไม่รู้จักขนาดภาพที่แตกต่างกัน จึงทำให้ลักษณะของการแสดงดูผิดธรรมชาติ Acting for Camera จึงเป็นคลาสที่ทำให้นักแสดง ได้ฝึกจริงผ่านกล้อง และผู้กำกับมืออาชีพ
  3. MC Class

    คุณดู๋ สัญญา คุณากร พิธีกรชื่อดัง เคยกล่าวไว้ว่า “คนที่จะเป็นพิธีกรที่ดีได้ จะต้องมีความเป็นนักแสดงที่ดี” ในคลาสการเรียนการเป็นพิธีกร ที่โรงเรียน The Drama Academy จะเน้นสอนให้พิธีกรเป็นตัวของตัวเอง ทำลายแพทเทิร์นหรือรูปแบบที่เคยจำๆ มา แล้วทำให้ไม่เป็นตัวของตัวเอง เพราะหัวใจของการเป็นพิธีกร คือ คุณต้องมีความเป็นตัวของตัวเองที่น่าสนใจ และนั่นคือเป้าหมายของการสร้างพิธีกรที่ดีของเรา
  4. Creative Dance

    เป็นคลาสที่จะช่วยให้ทั้งนักแสดง และบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่นักแสดงได้ฝึกความคิดสร้างสรรค์ผ่านการเต้น เพื่อช่วยให้ความรู้สึกภายในและภายนอกผสานเป็นหนึ่งเดียวกัน และยังช่วยเสริมสร้างในเรื่องของบุคลิกภาพ ที่ผ่านขั้นตอนของการเต้นรำที่สนุกสนานอีกด้วย
  5. Street Dance

    เป็นการเต้นที่สนุกสนาน ทันสมัย เหมาะสำหรับทุกคนที่ชอบความเร็ว และต้องการพัฒนาการใช้ร่างกาย และเสริมสร้างบุคลิกภาพที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
  6. บุคลิกภาพและการนำเสนอ

    พัฒนาบุคลิกภาพจากภายในสู่ภายนอก เพิ่มความกล้าแสดงออกเเละมั่นใจภายนอกด้วยการยืน นั่ง เดิน ที่สง่างาม ฝึกการใช้ภาษากาย เทคนิคการสังเกตคู่สนทนาการวิเคราะห์คน เทคนิคการวิเคราะห์และจับประเด็น เทคนิคการนำเสนออย่่างไรให้ชนะใจคน